นายศรี ปรากาซ โลเฮีย
  • ประธานกรรมการ
กว่าทศวรรษที่ผ่านมาเราได้เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่องค์กรของเราในด้านการกำกับดูแลกิจการผ่านการปรับใช้นโยบายและขั้นตอนการดำเนินงาน และที่สำคัญคือการมีคณะกรรมการอิสระที่มีความหลากหลายมากขึ้น ซึ่งทุกท่านล้วนมีส่วนสำคัญในการชี้แนะองค์กรของเราบนเส้นทางสู่ความเป็นเลิศมาอย่างต่อเนื่อง
เรียน ท่านผู้ถือหุ้น

ผมหวังว่าทุกท่านจะสุขภาพแข็งแรง และปลอดภัยดี

ปี 2563 ผ่านไปพร้อมกับอีกหนึ่งทศวรรษของเราและเราได้เริ่มต้นการเดินทางสำหรับทศวรรษใหม่นี้ซึ่งดูจะสดใสและมั่นคงยิ่งกว่าที่เคย อันที่จริงแล้วปี 2563 ถือเป็นปีแห่งโควิด-19 ที่มาทดสอบความยืดหยุ่นของโมเดลธุรกิจของเรา และนั่นยิ่งทำให้เรามีความมั่นใจ และความภาคภูมิใจที่มากยิ่งขึ้นในพนักงานและการทำงานของเรา ในส่วนของภาพรวมทั่วโลกเองก็ทำให้เราต้องหยุดชั่วคราวเพื่อทบทวนแนวโน้มของสิ่งต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น และเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อสร้างองค์กรที่มีความพร้อมรับมืออนาคต

ผมขอใช้โอกาสนี้กล่าวถึงการเดินทางของเราในทศวรรษที่ผ่านมา เราเติบโตอย่างก้าวกระโดด และได้เข้าซื้อกิจการต่างๆ ที่สำคัญตามกลยุทธ์ เพื่อทำให้กลุ่มธุรกิจของเราสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ปรับรูปแบบทางธุรกิจของกิจการใหม่เหล่านี้ด้วยความช่วยเหลือของทีมงานของเราที่มีความสามารถและทุ่มเท และยังคอยสนับสนุนผู้บริหารเพื่อที่จะบรรลุวิสัยทัศน์การเป็นบริษัทเคมีภัณฑ์ชั้นนำระดับโลก การเข้าซื้อกิจการต่างๆ เหล่านี้ล้วนช่วยให้เราขยายธุรกิจให้ครอบคลุมพื้นที่ต่างๆ กลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ไปจนถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ นำมาซึ่งรายได้ที่เพิ่มสูงขึ้นที่สร้างผลประโยชน์ให้แก่ผู้ถือหุ้นของเรา

เราเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ในช่วงต้นปี 2553 และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา กลุ่มธุรกิจและการกระจายตัวทางภูมิศาสตร์ของเราขยายตัวอย่างทวีคูณ ทำให้เรามีความหลากหลายและเข้มแข็งยิ่งกว่าที่เคยเป็นมาในปี 2554 เรามีโรงงานอยู่เพียงใน15ประเทศด้วยพนักงานราว 6,000 คนและ EBITDA ประมาณ 0.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ วันนี้เรามีโรงงานอยู่ใน 33 ประเทศทั่วโลกพร้อมด้วยพนักงานกว่า 24,000 คนและมี EBITDA ประมาณ 1.1 พันล้านเหรียญสหรัฐท่ามกลางโรคระบาดครั้งใหญ่ และมีแนวโน้มผลการดำเนินที่ดีขึ้นเป็นอย่างมากเมื่อกลับสู่ภาวะปกติ

ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา เราได้ค้นหาการใช้งานผลิตภัณฑ์ที่จะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างมุ่งมั่นโดยคำนึงถึงเป้าหมายทางกลยุทธ์ของเราที่จะสร้างคุณค่าในระยะยาว และสร้างผลตอบแทนสูงสุดให้แก่ผู้ถือหุ้นเราประสบกับช่วงเวลาทั้งขาขึ้นและขาลง แต่ความยืดหยุ่นของเราทำให้เรายังคงกระตือรือร้นและขับเคลื่อนไปได้ องค์กรของเรามีวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่องซึ่งรวมถึงการผลักดันด้านการกำกับดูแลกิจการโดยการเพิ่มจำนวนคณะกรรมการอิสระ ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและการรีไซเคิล อีกทั้งยังได้จัดตั้ง Indorama Management Council (IMC) และ Indorama Business Council (IBC) ขึ้นมาเพื่อมอบมุมมองใหม่ๆ ด้านกลยุทธ์ทางธุรกิจไปพร้อมกับการขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้า

ทศวรรษที่ผ่านมานี้ ผมสามารถพูดได้อย่างภาคภูมิใจว่าเราได้ปฏิรูปตัวเองจากการเป็นผู้ผลิตเส้นใยเส้นด้ายโพลีเอสเตอร์ระดับภูมิภาคเอเชีย มาเป็นบริษัทเคมีภัณฑ์ที่มีความหลากหลายทางธุรกิจระดับโลกผ่านการวางแผนทางกลยุทธ์และการพัฒนาระดับองค์กรในปี 2557 เราได้รับการจัดอันดับให้เป็นบริษัทเคมีภัณฑ์ที่ใหญ่เป็นลำดับที่ 47 ของโลกโดยนิตยสาร Chemical & Engineering แต่ขณะนี้ เราได้ก้าวกระโดดขึ้นมาอยู่อันดับที่ 28

วันนี้เมื่อผมมองย้อนกลับไปบนเส้นทางที่เราก้าวเดินมา ผมมีความรู้สึกภาคภูมิใจและมีความมั่นใจในทีมที่มีความแข็งแกร่งและหลากหลายของเรา ที่สามารถรับมือกับทุกความท้าทายที่เกิดขึ้นภายใต้การนำของประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทฯ ผมอยากจะขอขอบคุณลูกค้า ซัพพลายเออร์ และคู่ค้าทุกท่านสำหรับความเชื่อมั่นที่มีให้เสมอมาในสมรรถภาพของเราและช่วยให้เราพัฒนาการดำเนินงานและพัฒนาตัวพวกเราเอง สู่การเป็นบริษัทเคมีภัณฑ์ระดับโลก

ความยืดหยุ่นในปีแห่งโรคระบาด

เราเริ่มต้นปี 2563 มาด้วยความราบรื่นหลังผลการดำเนินงานที่ราบเรียบในปี 2562 โดยในช่วงต้นปี 2563 เราริเริ่มโครงการปฏิรูปบริษัทหลากหลายโครงการเพื่อเสริมวิสัยทัศน์ “One IVL” ทั่วทั้งองค์กรของเราทว่าโรคโควิด-19 ได้อุบัติขึ้นพร้อมส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจโลกหลายฝ่ายคาดการณ์ว่าสถานการณ์คงกลับสู่ปกติภายในเพียงไม่กี่สัปดาห์แต่เห็นได้ชัดว่าการคาดการณ์ของทุกคนนั้นผิดถนัดโดยภาพรวมแล้วธุรกิจส่วนใหญ่ของเรามีผลประกอบการที่ดีขึ้น ยกเว้นบางส่วนที่ได้รับผลกระทบอาทิกลุ่มยานยนต์ในขณะที่กลุ่มธุรกิจบรรจุภัณฑ์และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขอนามัยนั้นทะยานตัวสูงขึ้นอย่างมาก

โรคโควิด-19 ได้สร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ให้แก่ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขอนามัยเราได้ปรับสมรรถนะทางการผลิตของเราให้ตอบสนองต่ออุปสงค์รูปแบบใหม่ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความคล่องตัวของรูปแบบธุรกิจขององค์กร เราสามารถเดินหน้าโครงการการปฏิรูปต่างๆ ที่ริเริ่มและผลักดันโดยประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทฯ และคณะผู้บริหารอาวุโสได้ตามกำหนดการเดิม มีการเปิดตัวโครงการหลากหลายโครงการ อาทิ โครงการ Aligned System and Process (ASAP) โครงการ Global Business Services (GBS) โครงการ Accounting and Finance Excellence (A&FE) โครงการ Asset Full Potential โครงการ Fibers Full Potential โครงการ Organize for Performance and Enabling Functions และอื่นๆ ในบริษัทของเราทั่วโลก เพื่อเสริมวิสัยทัศน์ “One IVL” ทั้งนี้ หลายโครงการเองได้เริ่มมีประสิทธิผล ผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากร และยกระดับองค์กรของเรา

จุดสำคัญที่ควรค่าแก่การชื่นชม ณ ที่นี้คือการที่ทุกโครงการที่กล่าวมาข้างต้นได้มีความก้าวหน้าของการดำเนินงานท่ามกลางนโยบายล็อกดาวน์ และมาตรการจำกัดการเดินทางโดยการนำ “virtualtools” ต่างๆมาปรับใช้ในองค์กรอย่างรวดเร็ว ซึ่งแสดงให้เห็นถึงรากฐานที่มั่นคงของความสามารถในการปรับตัวและวัฒนธรรมการจัดการความเปลี่ยนแปลงในองค์กรของเรา ขอแสดงความชื่นชมต่อทีมผู้นำองค์กร และพนักงานทุกท่านที่ล้วนทำงานกันในต่างภูมิภาค และต่างเวลา สำหรับการดำเนินโครงการเหล่านี้ไปอย่างราบรื่นทั่วทั้งองค์กร

ในความพยายามของเราที่จะบริหารองค์กรเพื่อประสิทธิผลสูงสุดเราได้จัดตั้งกลุ่มธุรกิจย่อย 16 กลุ่มที่มีอำนาจการบริหารจัดการเต็มรูปแบบ ภายใต้สามกลุ่มธุรกิจหลัก โดยมีบทบาทและความรับผิดชอบที่ชัดเจน และจะช่วยปูทางสู่ความเป็นหนึ่งเดียวที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมในทั้งองค์กร

ในปี 2563 เรายังได้ก่อตั้งหน่วยบริหารจัดการงานส่วนกลางด้านต่างๆ อาทิความยั่งยืนสิ่งแวดล้อมสุขภาพและความปลอดภัย (EHS) ดิจิทัล การสื่อสาร การบริหารจัดการเพื่อความต่อเนื่องของธุรกิจ และ Indorama Ventures Excellence เรากำลังจัดระเบียบหน่วยบริหารจัดการเหล่านี้ให้เข้ากับธุรกิจต่างๆ ของเรา เพื่อสร้างความเกื้อหนุนทางธุรกิจวัฒนธรรมการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และเพื่อสร้างกลไกการกำกับดูแลงานที่มีประสิทธิภาพ

การผลักดันอย่างต่อเนื่องด้านความยั่งยืน

ในช่วงสิบปีที่ผ่านมาเราได้ริเริ่มโครงการต่างๆ มากมายที่มุ่งเน้นด้านความยั่งยืนและความพยายามต่างๆ ของเราได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในอุตสาหกรรม เราได้รับการคัดเลือกเป็นสมาชิกดัชนีความยั่งยืนของดาวน์โจนส์ (Dow Jones Sustainability Indices: DJSI) โดยสามารถคงอันดับคะแนนของเราเอาไว้ได้อย่างต่อเนื่องในช่วงสี่ปีที่ผ่านมา นอกจากชื่อเสียงที่ได้รับการยอมรับในวงกว้างแล้ว เรายังได้รับการประเมินด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance:ESG) เป็นอันดับหนึ่งในกลุ่มดัชนี FTSE4Good ตอนนี้เรามุ่งเน้นการเพิ่มปริมาณการใช้พลังงานหมุนเวียนมากยิ่งกว่าเดิมตามความตั้งใจของเราที่จะสร้างสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนด้วยการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ซึ่งอินโดรามา เวนเจอร์ส ได้เริ่มใช้พลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานชีวมวล ที่โรงงานของเราบางแห่งเป็นที่เรียบร้อย

เราเริ่มสร้างธุรกิจรีไซเคิลในทวีปยุโรป ก่อนจะขยายตัวออกไปทั่วโลก จนถึงทวีปอเมริกาและเอเชีย นอกจากนี้ เรายังได้สร้างพันธมิตรร่วมกับหลายบริษัทรายหลักของอุตสาหกรรมนี้ ผู้ที่ไม่เพียงแต่มีการดำเนินธุรกิจที่สอดรับกับเป้าหมายด้านความยั่งยืนของเรา แต่ยังมีความต้องการที่จะสร้างผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืนให้แก่สังคมไปพร้อมกับเราเราได้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะลงทุน 1.5 พันล้านเหรียญสหรัฐเพื่อเน้นย้ำความมุ่งมั่นในการรีไซเคิลของเรา เรายังคงตั้งใจที่จะช่วยสร้างโลกที่ยั่งยืน สังคมที่อุดมสมบูรณ์ และเป็นองค์กรที่มีความรับผิดชอบ การดำเนินงานต่างๆ เหล่านี้ของเราล้วนเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ของเรา ที่จะเป็นบริษัทเคมีภัณฑ์ชั้นนำระดับโลก สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ดีเพื่อสังคมต่อไป

การกำกับดูแลกิจการ

กว่าทศวรรษที่ผ่านมาเราได้เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่องค์กรของเราในด้านการกำกับดูแลกิจการผ่านการปรับใช้นโยบายและขั้นตอนการดำเนินงาน และที่สำคัญคือการมีคณะกรรมการอิสระที่มีความหลากหลายมากขึ้น ซึ่งทุกท่านล้วนมีส่วนสำคัญในการชี้แนะองค์กรของเราบนเส้นทางสู่ความเป็นเลิศมาอย่างต่อเนื่อง

เราได้รับรางวัลบริษัทจดทะเบียนด้านการรายงานบรรษัทภิบาลดีเยี่ยม และรางวัล CSR Recognition จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และเราได้รับการจัดอันดับให้เป็นบริษัทที่มีการกำกับดูแลกิจการที่ดีในระดับ “ดีเยี่ยม” ถึง 8 ปีติดต่อกัน การจัดอันดับเหล่านี้ล้วนสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของบริษัทฯ ที่จะดำรงระดับความโปร่งใสในการดำเนินงานและการกำกับดูแลกิจการขั้นสูงสุด ซึ่งล้วนได้รับการยอมรับจากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) รวมถึงสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเช่นกัน

เราทบทวนนโยบายการกำกับดูแลกิจการ คู่มือจริยธรรมธุรกิจ และคู่มือการกำกับดูแลกิจการของเราอย่างสม่ำเสมอ ในปี 2563 ไอวีแอลได้รับการคัดเลือกเป็นสมาชิกในดัชนีความยั่งยืนของดาวโจนส์ ระดับโลก (DJSI World) โดยอยู่ในอันดับที่ 3 จาก 115 บริษัทเคมีภัณฑ์ที่ได้รับการประเมินทั่วโลก และสมาชิกในดัชนีความยั่งยืนของดาวโจนส์ กลุ่มประเทศเกิดใหม่ (DJSI Emerging Markets) อันดับที่ 2 จาก 23 บริษัทเคมีภัณฑ์ที่ได้รับการประเมิน ในปีนี้เองเรายังได้รับรางวัลด้านนักลงทุนสัมพันธ์ดีเยี่ยมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 3 รางวัลซึ่งล้วนเป็นผลจากการมีแนวทางการดำเนินงานที่ดีเยี่ยมปรับใช้ทั่วองค์กร

แสดงความขอบคุณ

ผมขอกล่าวขอบคุณคณะกรรมการบริษัท คณะผู้นำอาวุโส และผู้มีส่วนได้เสียทุกท่านสำหรับการสนับสนุนที่มีให้อย่างต่อเนื่อง และความเชื่อมั่นที่มีต่อวิสัยทัศน์การเป็นบริษัทเคมีภัณฑ์ระดับโลกของเรา

ขอให้ทุกท่านมีสุขภาพแข็งแรง และปลอดภัย



นายศรี ปรากาช โลเฮีย

ประธานกรรมการ